You are here: Home ประวัติเกจิอาจารย์ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม

 

หลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อม  จ.สมุทรสงคราม

หาพลิกแฟ้มประวัติปูมหลัง  หลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อมจะพบเรื่่องราวตอนหนึ่งอันโดดเด่นยิ่งนักนั่นคือ  คำกล่าวรับสั่งของ  สมเด็จวังบูรพา  กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ที่มีต่อ  พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล ดังความว่า  " ถ้าสิ้นหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย) แล้วยังมีท่านวัดช่องลม(หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม)  ท่านวัดบางกะพ้อม(หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม)  เชื่อถือได้ " ซึ่งเป็น 3 เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง  แม้ว่าหลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อมจะมีอาวุโสพรรษาน้อยกว่า  หลวงพ่อแก้ว  วัดพวงมาลัย  และหลวงพ่อบ่าย  วัดช่องลม  ก็ตาม

สืบต่อมาอาจารย์เภา  หรือเซียนเภา ปรมาจารย์เหรียญพระเครื่องผู้ล่วงลับไปแล้ว  ได้นำเสนอประวัติของหลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อมไว้อย่างละเอียด  ยิ่งทำให้กิตติศัพท์ของหลวงพ่อคงโด่งดังก้าวทะยานขึ้นสู่ระดับเกจิอาจารย์แถวหน้า  เป็นอีกเหรียญหนึ่งในทำเนียบ  " เหรียญพระเครื่องยอดนิยม " และมีราคาเช่าหาที่แพงมาก

กล่าวสำหรับประวัติหลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อม

ท่านเกิดเมื่อวันเสาร์ที่  2  เมษายน  พ.ศ.2408  ตรงกับวันขึ้น  8  ค่ำ  เดือน 5  ปีฉลู  บ้านสำโรง   ปัจจุบันคือ  ตำบลโรงหีบ  อำเภอบางคนที  จังหวัดสมุทรสงคราม  เป็นบุตรของนายเกตุ  กับนางทองอยู่  เมื่ออายุได้  12  ปี โยมบิดา  มารดาให้ท่านบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเหมืองใหม่  อำเภออัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม  เพื่อศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับพระปริยัติธรรม  จนอายุครบ  19  ปี  ก็ได้ลาสิกขากลับมาช่วยกิจการงานที่บ้าน

ครั้นพออายุครบ  20  ปีบริบูรณ์  ท่านก็ได้ลาโยมบิดา มารดา  เพื่อเข้าอุปสมบท  ณ  พัทธสีมาวัดเหมืองใหม่  เมื่อปีพ.ศ.2427  โดยมี  พระอาจารย์ด้วง  เป็นพระอุปัชฌาย์  พระอธิการจุ้ย  วัดบางเกาะเทพศักดิ์  เป็นพระกรรมวาจาจารย์  และพระอธิการทิม  วัดเหมืองใหม่  เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ได้นามฉายาว่า  " ธมฺมโชโต " ซึ่งแปลว่าผู้รุ่งเรืองโดยธรรม  เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเหมืองใหม่  จนกระทั่งพรรษาที่ 21  ในปีพ.ศ.2448  ชาวบ้านในตำบลบางกะพ้อมได้อาราธนาท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม  ด้วยขณะนั้นตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง

หลังจากรับตำแหน่งแล้ว  หลวงพ่อคงก็ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัด  ซึ่งขณะนั้นชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก  ด้วยความตั้งใจจริงและมีมานะอุตสาห์จึงทำให้วัดบางกะพ้อมมีความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น

ส่วนด้านความรู้ทางอริยัติธรรม  หลวงพ่อคง  เป็นครูสอนหนังสือขอม  และวิชาการต่างๆ ให้แก่พระภิกษุสามเณร  แม้แต่  พระพรหมมุนี(ผิน)  อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร  เมื่อครั้งอยู่ที่วัดเกตุการาม  ก็ยังเคยพายเรือไปเรียนหนังสือกับหลวงพ่อคง  นอกจากนี้  พระครูปลัดนิพันธ์โพธิพงศ์(จุ้ย)  วัดอนงคาราม  ,พระราชประสิทธิคุณ(ทิม) วัดราชธานี,  พระเทพวิมล(ชุ่ม)  วัดทองนพคุณ  และพระครูสมุทรวรคุณ(เคล้า)  วัดบางขันแตก  ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ในหลวงพ่อคงทั้งสิ้น

หลวงพ่อคงได้รับแต่งตั้งให้เป็น  เจ้าคณะตำบางกะพ้อม  เมื่อปีพ.ศ.2445  และได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์  เมื่อปีพ.ศ.2464  หลังจากนั้นท่านก็มีภารกิจในการอุปสมบทกุลบุตรในเขตปกครอง  ซึ่งปีหนึ่งๆมีคนมาบวชจำนวนนับร้อย  จนภายหลังท่านต้องมีพระกรรมวาจารย์  และพระอนุสาวนาจารย์ไว้ประจำ  คือ  พระอาจารย์ปล้อง  และพระอาจารย์เกิด

ครั้งหนึ่ง  หลวงพ่อคงนั่งอุปัชฌาย์ให้คนพ้นโทษมาขอบวช  โดยมีกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  เป็นผู้รับรองการพ้นโทษแล้ว  ปรากฏว่ามีผู้ไม่หวังดีนำความนี้ไปฟ้องต่อเจ้าคณะจังหวัด  ว่าท่านเอาผู้ร้ายมาบวช  ควรให้ถอดท่านจากพระอุปัชฌาย์  ข่าวนี้เมื่อทราบถึง  กรมพระนครสวรรค์วรพิติต  ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย  และมีวังประทับเวลาเสด็จจังหวัดสมุทรสงคราม  ที่คลองอัมพวา  ท่านได้รับสั่งว่า " ถ้าจะถอดอุปัชฌาย์ท่านวัดบางกะพ้อมแล้ว  ต้องถอดอุปัชฌาย์ให้หมดทั้งลำน้ำแม่กลองจึงจะยอม " จากการรับสั่งนี่เอง  ทำให้กรรมการฯ  ที่ตั้งไปสอบสวนเอาความผิดท่านไม่ได้  ต้องขอขมาและกราบลากลับในที่สุด

เล่ากันอีกว่า  หลวงพ่อคงเคยรับนิมนต์มาฉันที่วัดสะพานถ่าน  อันเป็นวังของ  สมเด็จกรมพระยาเทววงษ์วโรปการ  เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น  เสด็จในกรมได้ทาบทามให้ท่านรับตำแหน่ง  พระครูทางวิปัสสนา  แต่ท่านกลับตอบปฏิเสธ  แสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อคงท่านไม่ทะเยอทะยานในลาภยศ  สรรเสริญแต่ประการใด  หลังจากนั้นไม่นานคณะสงฆ์จังหวัดมีมติให้หลวงพ่อคงเป็นเจ้าคณะอำเภออัมพวา  โดยมีหนังสือมายังที่วัดท่าน  แต่ท่านก็ได้ตอบปฏิเสธอีกเช่นกัน

กล่าวถึงวัตถุมงคลของท่าน

เหรียญหลวงพ่อคงรุ่นแรกนั้นสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2484  เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบหูเชื่อม  ปั๊มด้วยโลหะทองแดงผสมทองเหลืองรมดำ  ผู้ดำเนินการจัดสร้างคือ  พ.อ.พระยาศรีสุรสงคราม( เปลื่อง  ดิลกโยธิน )โดยขออนุญาติอย่างเป็นทางการ  เนื่องในวาระที่หลวงพ่อคงมีอายุครบ  77  ปี  ในเบื้องแรกหลวงพ่อคงท่านได้ปรารภว่า  " ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ  จะสร้างรูปตัวเองไปแจกดูกระไรอยู่ " พ.อ.พระยาศรีสุรสงคราม  จึงได้อธิบายถึงจุดประสงค์ว่า  เป็นการสร้างเพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อซึ่งเป็นครูบาอาจารย์  ท่านจึงอนุญาต  แต่ให้ระบุข้อมความที่เหรียญให้ชัดเจนว่า  " ศิษย์สร้างบูชาพระคุณของหลวงพ่อ " และ  " ลาภ  ผล  พูน  ทวี "

ก่อนที่จะดำเนินการปั๊มเหรียญพ.อ.พระยาศรีสุรสงครามได้นำชนวนหล่อพระในงานพิธีครั้งสำคัญๆ  มาหลอม  รีดเป็นแผ่น  และขอความเมตตาจากหลวงพ่อลงอักขระยันต์แผ่นทองเหลือง  แล้วส่งไปยังร้านอัมราภรณ์ตึกดิน  ว่าจ้างปั๊มเหรียญจำนวน  3,000  เหรียญในอัตราค่าจ้างปั๊มเหรียญละ  14 สตางค์  โดยกำชับให้ทางร้านนำแผ่นโลหะทองเหลืองหล่อหลอมกับทองแดงรีดเป็นแผ่นทำการปั๊ม

ด้วยเหตุนี้ เหรียญหลวงพ่อคงรุ่นแรกจึงไม่ใช่เนื้อทองแดงบริสุทธิ์ล้วน  สังเกตุได้จาก  " เหรียญสึก "  จะเป็นว่าผิวโลหะออกสีเหลือง  ไม่แดงเข้มแบบทองแดง

เมื่อแล้วเสร็จ  พ.อ.พระยาศรีสุรสงคราม  ได้กราบเรียนต่อหลวงพ่อว่า  หากใครมาเช่าบูชาให้คิดเหรียญละ 5 บาท  โดยถวายเจ้าวัดหลวงพ่อ  2  บาท  ส่วนอีก  3  บาท  เป็นต้นทุนในการจัดสร้างเหรียญ  หลวงพ่อคงเห็นดังนั้น  จึงเก็บเหรียญใส่บาตรไว้จนกระทั่งท่านมรณภาพลง  โดยไม่ได้มีการจำหน่ายเลย  ด้วยท่านเกรงชาวบ้านจะครหาว่าท่านเอาเหรียญมาหากิน

ต่อมา พ.อ.พระยาศรีสุรสงคราม จึงได้นำเหรียญทั้งหมดถวายแก่  หลวงพ่อแช่ม  วัดจุฬามณี  ก่อนตกทอดมาสู่  หลวงพ่อเนื่อง  ซึ่งท่านได้นำออกแจกจ่ายให้กับญาติโยมจนหมด

ปัจจุบันค่าความนิยม  เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อม ปีพ.ศ.2484  มีราคาสูงมาก  แม้ว่าเหรียญเก๊บล็อคคอมพิวเตอร์จะออกอาละวาดอย่างหนักก็ไม่ทำให้ค่านิยมนั้นลดลงเลย  อย่างเหรียญสึกๆยังว่ากันเป็นสิบหมื่น  หากสวยๆก็ต้องแก่แสนกันละ

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2013 เวลา 12:26 น.
 

Who's Online

เรามี 126 บุคคลทั่วไป ออนไลน์