You are here: Home ประวัติเกจิอาจารย์ หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา

วงพ่อจาด  วัดบางกะเบา

พระครูสิทธิสารคุณ  หรือหลวงพ่อจาด  วัดบางกะเบา  จ.ปราจีนบุรี  ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ในยุคสงครามอินโดจีน  และสงครามมหาเอเชียบูรพา  เฉกเช่นเดียวกับหลวงพ่อจง  วัดหน้าต่างนอก,  หลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่ออี๋  วัดสัตหีบ  และหลวงปู่จันทร์  วัดนางหนู  ชื่อเสียง  และเกียรติศัพท์ของท่าน  เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศก็จากข่าในหนังสือพิมพ์  " สุภาพสตรี "  ฉบับวันที่  20  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2484  ความว่า

" หลังจากวันสัญญาหยุดรบระหว่างกองทัพประเทศไทย  กับฝรั่งเศส ได้สิ้นสุดลงแล้วคณะนายทหารญี่ปุ่น  ผู้ซึ่งมีหน้าที่ตรวจแนวรบ  และสังเกตการกระทำของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะระเมิดสัญญาพักรบระหว่างไทยกับฝรั่งเศส  ซึ่งอยู่ห่างกัน 20 กิโลเมตร " คณะผู้ตรวจแนวรบด้านบูรพานี้เคยได้ยินกิตติศัพท์ของทหารไทยเราเกี่ยวกับทหารบางคนมีเครื่องคุ้มครองต่างๆ  เช่น  เสื้อยันต์,  พระเครื่องห้อยคอ  และคาถาอยู่ยงคงกระพันต่างๆ  อันสามารถป้องกันกระสุนปืนได้  แต่ทหารญี่ปุ่น  ซึ่งมีหน้าที่สำรวจแนวรบด้านนี้  ไม่มีใครเชื่อในทางเวทมนต์จึงอยากจะลองดีกับทหารไทยว่า  ใครบ้างที่มีเครื่องคุ้มครอง  และเชื่อว่าตนเองเหนียวก็จะลองยิงดู  โดยตนยืนเป็นเป้าให้  เมื่อได้ตกลงกัน  และมีประจักษ์พยานว่าจะไม่ถือเป็นเจตจำนงที่จะหักล้างกันถึงชีวิต  นอกจากเพื่อลองความเหนียว  คงกระพันชาตรีเท่านั้น

แล้วพลทหารของเราก็เลือกยืนในที่แจ้ง  และเป็นการยืนอย่างองอาจ  ยิ้มรับกระสุนในระยะเผาขนอย่างเชื่อมั่น  ในระหว่างนั้นพลทหารไทยได้พยายามรวบรวมสมาธิจิต  พอทหารญี่ปุ่นบรรจุกระสุน  และเปิดเซพปืนสนาม  แล้วก็ยกขึ้นประทับบ่าหมายเป้าไปยังทหารไทย  เมื่อผู้ให้สัญญาณทิ้งผ้าลงทหารญี่ปุ่นก็ลั่นไปดัง แชะ แชะ ไปยังพลทหารสองนัด  ทหารไทยยิ้มอย่างภูมิใจ  แทนที่จะแสดงอาการกลัวจากการถูกยิงร ะยะเผาขน  แต่ทหารญี่ปุ่นก็ยังไม่เชื่อว่านั่นเป็นอิทธิฤทธิ์ของเวทมนต์  จึงเบนปากกระบอกปืนขึ้นสู่ท้องฟ้า  และลั่นไกก็ปรากฏเสียงดัง เปรี้ยง สนั่นขึ้น  พอสิ้นเสียงปืนผู้ยิงก็โยนปืนสนามทิ้งด้วยความตื่นเต้น และร้อง " บันไซ บันไซ " พร้อมกับกระโดดกอดคอทหารไทยคนนั้น  และพากันอุ้มโห่ร้องด้วยความยินดี  และเลื่อมใสในพระที่คุ้มครอง  ตลอดจนบันดาลให้เห็นประจักษ์ตา

ปรากฏว่าทหารไทยผู้นั้นเป็นศานุศิษย์ของหลวงพ่อจาด  วัดบางกะเบา  จ.ปราจีนบุรี  และยังผลให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อจาดโด่งดังขจรขจายไปทั่ว  โดยเฉพาะ " เสื้อยันต์แดง " หลวงพ่อจาดที่ทหารสวมใส่สูสมรภูมิศึกสงครามอินโดจีน  และมหาเอเชียบูรพาด้วยแล้ว  ได้รับสมญานามว่า " ทหารผี "  คือยิงเท่าไหร่ไม่รู้จักตาย กระสุนถูกอย่างจังหกคะเมนตีลังกา  ก็ยังลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่า  หลวงพ่อจาด  ได้รับนิมนต์จากทางราชการให้ขึ้นเครื่องบินโปรยข้าวตอกดอกไม้  บริเวณจุดยุทธศาสตร์  และสถานที่สำคัญต่างๆ  ร่วมกับอีกหลายเกจิคณาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อเสียงของหลวงพ่อจาด  วัดบางกระเบา  จึงโด่งดังมาถึงทุกวันนี้

สำหรับประวัติภูมิหลังของหลวงพ่อจาด  จากบันทึกหลักฐานทางวัด  และคำบอกเล่าของศิษยานุศิษย์  พอจะรวบรวมได้ดังต่อไปนี้

หลวงพ่อจาด หรือ พระครูสิทธิสารคุณ เดิมชื่อ จาด วงษ์กำพุช เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2415 ตรงกับวันอังคาร เดือนสี่ ปีวอก  แรม 6 ค่ำ ที่บ้านดงน้อย อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา บิดาชื่อนายปอ (บางตำราว่าชื่อ นายเป๊อะ) วงษ์กำพุช ส่วนมารดานั้นไม่ทราบชื่อ เนื่องจากถึงแก่กรรมตั้งแต่ท่านยังเยาว์ ต่อมาบิดาได้ยกท่านให้เป็นบุตรบุญธรรมของนายถิน และนางหลิน สีซัง คหบดีชาวบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งทั้งสองท่านได้ให้ความรักและความเมตตาแก่ท่านมาก เพราะไม่มีลูกเป็นของตนเอง

ประวัติในวัยเยาว์ของท่านมิได้บันทึกไว้ แต่เมื่อท่านอายุครบ 20 ปี บิดาบุญธรรมของท่านได้นำท่านไปฝากกับพระอาจารย์ที่วัดบ้านสร้าง เพื่อเรียนการขานนาค การอยู่กับพระภิกษุรูปอื่น และการปรนนิบัติอาจารย์

เมื่อฝึกอบรมได้เป็นเวลาพอสมควรแล้วก็ถือเอาวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2436 ทำพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีท่านพระครูปราจีนบุรี แห่งวัดหลวงปรีชากุล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์อ้วน วัดบ้านสร้าง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์หลี วัดบางคาง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่อท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้วก็ได้เดินทางไปโปรดบิดา คือนายปอ ที่วัดเกาะแก้วเวฬุวัน ตำบลดงน้อย อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วได้จำพรรษาที่วัดนี้

ขณะที่ท่านจำพรรษาที่วัดเวฬุวันนั้น ท่านได้มีโอกาสศึกษาวิชาจากพระอาจารย์จัน (บางตำราว่าชื่อ พระอาจารย์จีน) ซึ่งเป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น และยังเป็นผู้สอนภาคปฏิบัติ พระภิกษุจาดจึงได้ฝึกกรรมฐานจนแก่กล้า

ครั้นพรรษาที่สอง จึงได้ติดตาม พระอาจารย์อ้วน ไปศึกษาพระปริยัติธรรม กับ พระอาจารย์อยู่ วัดไกรสีห์ บางกะปิ กทม. และเมื่อพรรษาที่สี่ ท่านจึงได้กลับมาจำพรรษาที่ วัดบางกระเบา

หลังจากนั้นท่านได้ออกธุดงค์อยู่ในป่าเป็นเวลาหลายปี ได้พบพระภิกษุมากมาย อาทิ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อแช่มวัดตาก้อง จังหวัดนครปฐม ฯลฯ

พระภิกษุจาดได้ศึกษาวิชาหลายแขนง เช่น คาถาการปล่อยคุณไสย เมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพัน เมื่อพระภิกษุจาด อายุประมาณ 40 ปี ท่านได้เดินทางกลับไปจำพรรษา ณ วัดบางกระเบา อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

หลวงพ่อจาดเป็นพระที่เก่งทางด้านคาถาอาคม ทั้งวิชาบังไพรล่องหน หายตัว และวิชามหาอุดอยู่ยงคงกระพัน แต่จะไม่แสดงตนว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ โดยท่านจะใช้วิชาดังกล่าวก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

ยุคสมัยนั้นประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสงครามมหาเอเชียบูรพา วัตถุมงคลของหลวงพ่อจาด ได้มีการจัดสร้างกันหลายครั้ง แต่ครั้งที่ยิ่งใหญ่ และสร้างกันเป็นจำนวนมากนั้น เห็นจะได้แก่เมื่อคราวเกิด สงครามมหาเอเชียบูรพา ปี 2483 ซึ่งพระคณาจารย์ ผู้ทรงคุณ วิทยาคม ต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ได้จัดสร้างวัตถุมงคลแจกเหล่าทหารหาญกันในปีนี้เป็นจำนวนมาก หลวงพ่อจาดก็ได้รับอาราธนาจากจอมพล ป . พิบูลสงคราม ให้ไปปลุกเสกเครื่องรางของขลังเพื่อแจกจ่ายให้กับทหารตำรวจและประชาชน จังหวัดปราจีนบุรี หลวงพ่อจาด สร้างเป็นเหรียญ นั่งเต็มองค์ ด้านหลังเป็นพระมหาอุตม์ นั่งอยู่กลางดอกบัว มีทั้งเนื้อเงินลงยา และ ทองแดง เกียรติคุณแห่งเหรียญหลวงพ่อจาดได้มาประจักษ์ขึ้นเมื่อ มีเครื่องบินฝรั่งเศสมาทิ้งระเบิด ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเกิดปาฏิหาริย์เลื่องลือไปทั่ว จนได้รับสมญานามว่าเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก

หลวงพ่อจาดก็ได้รับนิมนต์ให้ปลุกเสกของขลังมากมาย แต่ที่สำคัญ คือ แหวนมงคล 9 ที่ทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่ทหารที่ออกรบ จนเกิดเหตุอัศจรรย์เป็นที่น่าเกรงขามต่อศัตรูคือทหารไทยอยู่ยงคงกระพันชาตรี จนทำให้ชาวต่างชาติตั้งชื่อเรียกขานทหารไทยว่า ทหารผี

หลวงพ่อจาดดำรงสมณเพศเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระภิกษุทั่วไป และเป็นที่เคารพนับถือของพระเถระผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ)

คุณความดีของท่านเป็นที่ทราบไปถึงทางการจึงได้รับสมณศักดิ์ ตามลำดับดังนี้

พ.ศ.2447 ได้รับสมณศักดิ์ที่ พระครูจาด

พ.ศ.2457 เป็นเจ้าคณะแขวง อ.บ้านสร้าง

พ.ศ.2461 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2470 รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูสิทธิสารคุณ ระดับชั้นโท

หลวงพ่อจาดมรณภาพเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน (บางตำราว่า มิถุนายน) พ.ศ. 2499 สิริอายุรวม 85 ปี

วัตถุมงคล

ในสมัยที่หลวงพ่อจาดยังมีชีวิตอยู่  ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายร่นมีทั้งเสื้อยันต์  ผ้าประเจียด  ตะกรด เหรียญ  พระกริ่ง  วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ  เหรียญ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

เหรียญรุ่นแรก  ครึ่งองค์หลัง จ.เจริญลาภ  ลักษณะรูปทรงของเหรียญ  เป็นเหรียญกลมปั้มหูเชื่อม  ห่วงเชื่อมด้านหน้า  ยกขอบเส้นลวดนูน  ตรงกลางเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์  ห่มจีวรลดไหล่พาดสังฆาฏิ  หันหน้าตรง  ขอบเหรียญมีอักขระทั้งภาษาไทย  และภาษาขอม  อ่านว่าศรีสร้างสนองพระคุณ  พ.ศ.2484  นะ มะ นะ อะ นะ อิ นะ กะ กอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อะ ปีที่ 70 แห่งอายุขัย  พระครูสิทธิสารคุณ (จาด) ด้านหลังขอบยกเป็นเส้นลวด  ภายในพื้นเหรียญเป้นรูปดอกบัวบานตรงกลาง  เป็นองค์พระปิดทวาร  กำกับด้วยอักขระขอบว่า มะ อุ อะ อุณาโลม ใต้องค์พระจารึกว่า จ.เจริญลาภ  เท่าที่พบมีแต่เหรียญเนื้อทองแดง

เหรียญรุ่นสองเต็มองค์  เป็นเหรียญกลมแบบรุ่น จ.เจริญลาภ  ข้อแตกต่างคือหลวงพ่อนั่งเต็มองค์  ห่มดองใต้องค์เป็นอาสนะรองรับ  ด้านบนภาษาขอมจารึกว่า นะ มะ นะ อะ นอ กอ นะ กะ กอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อัง ใต้องค์ท่านจารึกว่า จาด  พระครูสิทธิสารคุณ  ด้านหลังลักษณะกลีบบัวแบบเดียวกัน  ตรงกลางเป็นพระปิดทวารกำกับ  ด้วย อุ อุณาโลม มะ อะ นะ รุ่นนี้มีท้ังเนื้อเงินลงยา  และเหรียญทองแดง

เหรียญรุ่นสุดท้ายทรงน้ำเต้า  เป็นเหรียญรุ่นสุดท้าย จัดสร้างโดยขณะกรรมการวัดปีพ.ศ.2495  รูปทรงเหรียญแบบน้ำเต้า  รุ่นนี้ทำแบบเข็มกลัดก็มี  มีทั้งลงยา  และไม่ลงยาตรงกลางเป็นรูปหลวงพ่ออยู่ภายในซุ้มเสมา  จากรึกว่า  จาด  พระครูสิทธิสารคุณ  ด้านหลังส่วนบนเป็นยันต์สามล้อมรอบด้วย  อุณาโลม  อิสวาสุ  ตัวอักษรไทยที่ระลึก  คณะกรรมการวัดบางกระเบา 2495  ส่วนมากจะมีเหล็กจารอักขระรอบ

นอกจากนี้ยังมีพระกริ่ง  และรูปหล่อลอยองค์  หลวงพ่อจาดเป็นประธานเททองให้กับวัดบางหอย  การเล่นหาด้วยกว่าเหรียญของวัดบางกระเบา




Last Updated on Thursday, 23 May 2013 12:26